ผมไม่รู้ว่าคุณจะเคยดูกันรึยัง แต่ตอนนี้ผมได้ดูมันแล้ว แม้ว่าจะได้ดูจากแผ่นซีดีคลองถมก็เถอะ (มันหาแผ่นแท้ซื้อไม่ได้แล้วจิงๆ) ในที่สุดผมก็ได้ดู ไม่งงเลยว่าทำไมแผ่นแท้ถึงขายหมด ผมงงอยู่อย่างเดียว เค้าคิดเรื่องบ้าๆแบบนี้ขึ้นมาได้ยังไง  

เนื้อเรื่องอาจจะดูเว่อร์ไปหน่อย แต่มันก็ไม่เว่อร์ถึงขนาดที่ผม หรือคนที่เคยดูรับไม่ได้

เนื้อเรื่องมีอยู่ว่า ทรูแมน(แสดงโดย จิมแครี่) เด็กชายที่คนเกือบทั้งโลก(หมายถึงในหนัง)จับตามอง การกินการอยู่ การเจริญเติบโตของเขา มาตั้งแต่เขาได้เกิดขึ้นมาบนโลกใบนี้ เขาใช้ชีวิต และได้รับข้อมูลผิดๆมาตั้งแต่เกิด ทุกคนบนโลก(ของทรูแมน) ล้วนเป็นนักแสดง ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่ แฟน เพื่อนบ้าน เพื่อนที่ทำงาน รวมไปถึงเพื่อนที่เค้าสนิทตั้งแต่เด็ก ฉากทุกอย่างถูกจัดขึ้น บทถูกเขียนให้แต่ละวันขอเค้าจะต้องเจอนักแสดงคนโน้นที คนนี้ที ให้ทำนู่นทำนี่ไปตามเรื่อง โดยที่ทรูแมนไม่เคยเอะใจเลย ว่าตนเองถูกคนทั้งโลกมองดูการใช้ชีวิตดังกล่าวอยู่ กล้องถูกซ่อนเป็นร้อยเป็นพันตัว จากทุกมุม มีแต่นักแสดงประกอบเท่านั้นทีรู้ว่ามีกล้องอยู่ตรงไหน 

จากแนวคิดดังกล่าวของผู้จัดรายการผู้ร้ายกาจ(แสดงโดย เอ็ด แฮร์ริส)ผู้นี้ ทำให้รายการ The Truman Show มีเรตติ้งพุ่งสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ (ตามคิดคือ มันก็เหมือนตอนที่พวกเรามานั่งเห่อ อะเคเดมี่ฯ กันตอนแรกๆ เนื่องจากคิดว่าเป็นรายการที่แปลกดี ได้เ***เรื่องคนอื่นตั้งแต่เช้าจนเย็น 24ชม.) 

เรื่องดำเนินมาเรื่อยๆ จนกระทั่งวันหนึ่งมีไฟที่ใช้กันในสตูดิโอหล่นลงมาจากฟากฟ้า นั่นเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ทรูแมนเริ่มเอะใจ ต่อจากนั้นชีวิตของทรูแมนก็เริ่มแปลกขึ้นเรื่อยๆ อย่างเช่นทุกครั้งที่เขาต้องการจะออกนอกเมือง(ปลอมๆที่ถูกทางรายการจัดขึ้น) ก็จะมีเหตุการณ์ต่างๆ ทำให้เขาไม่สามารถออกไปได้ ทางเดียวที่เป็นทางออกได้โดยปราศจากอุปสรรคนั่นก็คือ ต้องพายเรือข้ามทะเลสาบ(ปลอมๆอีกเช่นกัน)ไปอีกฟาก ซึ่งทางรายการได้ฝังปมเล็กๆไว้กับเค้าในตอนเด็กให้เค้ากลัวน้ำ เนื่องจากพ่อปลอมๆ ของเค้าได้ถูกบทกำกับให้พ่อของเขาต้องจมน้ำต่อหน้าต่อตาเขาที่นั่น ทรูแมนจึงเป็นคนที่กลัวน้ำตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา...

จากเรื่องที่ทรูแมนกลัวน้ำดังกล่าวทำให้ผู้ชมทีวีทุกคน คาดไม่ถึงว่าจนแล้วจนรอด เค้าก็ต้องพายเรือข้ามไปให้รู้ให้ได้ว่าในอีกด้านของของทะเลสาบมีอะไร เนื่องจาก ทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวเค้าเริ่มทำให้เค้าสติแตก!! และทำให้เค้าต้องหนีออกจากบ้านตนเอง 

ในที่สุดเค้าก็ค้นพบว่าตลอด 30 ปีที่ผ่านมา ทุกอย่างรอบตัวเค้าเป็นสิ่งที่ถูกจัดวาง และสร้างขึ้น เพื่อให้ตนได้ทำหน้าที่ของนักแสดงนำที่ผู้คนติดตามชม การดำเนินชีวิตของตัวเค้าเอง และสุดท้ายเมื่อเค้าพบกับทางออกของสตูดิโอ(ที่ใหญ่ที่สุดในโลก) เขาก็ขอปิดฉากละคร(ขนาดยาวที่สุดในโลก)เรื่องนี้ด้วยเช่นกัน

 

เมื่อดูจบ ทำให้ผมรู้สึกว่า เหมือนคนแต่งเรื่องนี้จะพยายามที่จะเสียดสี สังคมคนอเมริกันที่ทุกคนในสังคมทำตัวเสแสร้งเข้าหากัน(ซึ่งผมก็คิดว่า ณ ขณะนี้มันเป็นกันหมดแล้วทุกสังคม) ไม่มีอะไรที่จริง แม้กระทั่งจิตใจของเพื่อนร่วมโลก

มีอีกอย่างที่ดูไปแล้วก็รู้สึกว่า เออ..จริง ในปัจจุบันก็เป็นแบบนั้น ก็คือ เรื่องของสปอนเซอร์ ซึ่งเนื่องจากว่า The Truman Show ใช้เวลาถ่ายทอดสดตลอดทั้งวันทั้งคืน จึงไม่สามารถมีโฆษณาขึ้นมาคั่นได้เหมือนรายการทั่วๆไป สินค้าที่เป็นสปอนเซอร์ จึงเป็นสินค้าที่ใช้ในชีวิตของทรูแมนทั้งหมด เวลาจะใช้ทีนึง เหล่านักแสดงจึงต้องพูดถึงสรรพคุณนู่นนี่นั่น(เหมือนเป็นการโฆษณาไปในตัว)เกือบทุกครั้ง 

สรุปก็คือเป็นหนังดราม่า ที่เจ๋ง ดูแล้วอินไปกับเนื้อเรื่องที่แอบเก็บความตลกร้ายเอาไว้มากมาย...

 -จบ- 


edit @ 7 Aug 2009 17:35:24 by SumHint

"แกะ" รอยตนเองในอดีต

posted on 07 Aug 2009 13:53 by sum-hint

ไม่น่าเชื่อว่า จะเจอรูปนี้เข้าโดยไม่ได้ตั้งใจ จำไม่ได้ว่ากี่ขวบ (จำไม่ได้จิงๆ ไม่ใช่จะหลอกเพราะไม่กล้าบอกอายุ...  เอ้า เผยไต๋เอง ซะงั้น) แต่ยังพอจะจำได้ว่าตอนนั้นผมอยู่ที่ไหน

มันเป็นฟาร์มเลี้ยงแกะแห่งหนึ่งในประเทศ นิวซีแลนด์ ที่นั่นมีการสาธิตการโกนขนแกะ ด้วยเครื่องแบตตาเลี่ยนไฟฟ้า เสียงของมันจะคล้ายๆ กับแบตตาเลี่ยนที่ไว้ใช้โกนผมของคนนั้นแหละ เมื่อถึงเวลาแสดง ก็จะมีชาวนาใส่เอี๊ยมแก่ๆ คนนึงมานั่งไถขนแกะไป ทีละตัวๆ ซึ่งผมไม่ค่อยการโชว์ เรียลลิตี้โชว์ลักษณะนี้ซักเท่าไหร่ สาเหตุก็เพราะว่า ในความคิดของผมมันดูคล้ายๆกับการทรมาณสัตว์ ซึ่งที่ผมบอกว่ามันเป็นการทรมาณก็เพราะว่าแกะไม่เหมือนงู ที่ต้องลอกคราบตนเองเป็นปกติวิสัย ดังนั้นเวลาที่แกะโดนไถขนออกจากตัวจนเกือบหมด มันก็จะมีรูปร่างไม่ต่างจากลาที่มีผิวสีชมพูเหี่ยวๆ ดูสยองนิดๆ ต่อจากนั้น ถัดจากการชมการสาธิตโกนขนแกะเสร็จ ที่นั่นก็จะมีสารพัดผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับ แกะ (ถ้าใครคิดไม่ออก ให้ลองนึกถึงพวก ฟาร์มจระเข้ หรือ ฟาร์โชคชัย ไม่ก็ซาฟารีเวิลด์บ้านเรา) ไว้ขายในร้านของที่ระลึก ก็จะขายพวก เสื้อกันหนาว ตุ๊กตุ่น ตุ๊กตา หมวก ผ้าพันคอ ซึ่งได้มาจากขนแกะเกือบทั้งหมด 

ทริปนั้นนอกจากจะได้ไปเที่ยวนิวซีแลนด์ที่มีทัศนียภาพที่สวยงามแล้ว ผมยังได้ไปประเทศออสเตรเลียอีกด้วย(เนื่องจากประเทศมันอยู่ติดกัน ==)

ออสเตรเลียก็จะมี สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีกระเป๋าหน้าท้องนาม "จิงโจ้" เจอมันครั้งแรก หลังจากเครื่องบินมาแล้ว จำได้ว่าสถานที่ที่เจอเป็นสวนสัตว์ ที่โปรโมท จิงโจ้ กะมีโคอะล่า โดยเฉพาะ (ออกแนว สวนสัตว์เชียงใหม่ ที่โปรโมทหมีแพนด้า ณ ขณะนี้) เนื่องจากที่นั่น พอเข้าไปปุ้บ ก็จะมีกิจกรรมต่างๆนาๆ เช่นว่า ถ่ายรูปกะน้องหมีที่โดนคำสาบให้ต้องกินต้นยูคาลิปตัสไปทั้งชีวิต หรือจะเป็นกิจกรรมการให้อาหารจิงโจ้ ประมาณว่านักท่องเที่ยวทุกคนที่เข้าไป จะมีถุงขนมของน้องจิงโจ้หนึ่งถุง กะรูปของน้องหมีโคอะล่าหนึ่งใบเป็นของสัมนาคุณหลักๆ ประจำกาย

จากนั้นวันต่อๆมา เราก็ได้ไปเที่ยวที่ Movie World กัน มันเป็นสวนสนุกของค่ายหนังของพี่น้องวอเนอร์ อยากจะบอกว่ามันเป็นสวนสนุกในความทรงจำของผมแห่งหนึ่ง เนื่องจาก มันเป็นสวนสนุกที่แปลกคือ ในนั้นมีแต่สัตว์ประหลาดนาม เกรมลิน ที่เข้ามาfeaturingกับเครื่องเล่นอื่นๆเค้า (ซึ่งผมไม่ต้องการซักเท่าไหร่) ไม่ว่าจะเป็นรถไฟเหาะ บ้านผีสิง โรงหนัง คฤหาสน์แบทแมน ร้านของชำร่วย และอื่นๆ และก็จะมาในรูปแบบต่างๆกัน เช่น อยู่บนเพดาน - -" อยู่ในรถตำรวจ อยู่ที่เครื่องฉายหนัง เป็นต้น แต่ที่เป็นที่น่าจดจำสุด(เนื่องจากสยองสุด)  ก็คืออยู่บนโคมไฟบนเพดานที่ดูเหมือนจะไม่ค่อยมั่นคงซะเท่าไหร่ ตอนนั้นรู้อยู่อย่างเดียวคือ ถ้ามันตกลงมา สิ่งที่จะทำได้คือต้องแปลงร่างเป็น คุณปอยฝ้าย แล้วร้องเพลงจักซี่ มันต้องถอน ตอนท่อนที่ร้องว่า หงึกๆหงักๆ พร้อมกับยืนด้วยขาที่สั่นเทิม...

ทริปครั้งนั้นสนุกมากมาย ที่บ้านไม่ค่อยว่าง ช่วงนั้น เลยได้ไปกะอาอี๊ อาเตี๋ย อาโกว และก็ อาม่าทั้งสอง แต่ก็น่าเสียดายที่ไปตอนยังเด็กไปนิดส์นึง เลยจำอะไรได้ไม่ค่อยเยอะ ปัจจุบันเลยจำได้แค่บางภาพที่ลางๆ อยู่ในหัว ขอบคุณทุกคนที่ทำให้ผมได้ไปที่ๆสนุกแบบนั้น... ^^

 

ป.ล. เขิลตนเอง ขณะพิมพ์อยู่ตอนนี้ 

 

edit @ 28 Jul 2009 15:12:33 by SumHint

edit @ 28 Jul 2009 15:16:24 by SumHint

Tags